
นับวันเรายิ่งเดินทางเข้าสู่โลกยุคใหม่ที่จะไร้ซึ่งเงินสด ไร้กระดาษ หรืออาจจะเรียกได้ว่าในอนาคตจะเป็นยุคแห่งการชำระเงินดิจิทัล (Digital Payment) แบบ 100% ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมการและเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตที่กำลังจะมาถึง วันนี้เรามาทำความรู้จักและเรียนรู้รายละเอียดของ “แนวโนมระบบการจ่ายเงินในอนาคต” กันดีกว่า ซึ่งทุกท่านจะรับข้อมูลและรายละเอียดจากธนาคารแห่งประเทศไทยที่ครบถ้วนแน่นอน ไปดูกันเลย

แนวโน้มระบบการจ่ายเงินในอนาคต
จากข้อมูลและรายละเอียดที่เราได้รับจากรายงานสรุปทิศทางการพัฒนาระบบการชำระเงินภายใต้ภูมิทัศน์ใหม่นั้น พบว่าปัจจัยสำคัญที่สร้างผลกระทบและเป็นตัวเร่งความเปลี่ยนอย่างการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด – 19 นั้น กำลังจะทำให้รูปแบบการชำระเงินของประเทศไทยนั้น เดินทางไปสู่ยุคใหม่ ที่พร้อมเปลี่ยนผ่านรูปแบบการชำระที่สามารถสร้างความรวดเร็ว มีความยืดหยุ่นและที่สำคัญสูงสุดคือ ทุกท่านจะสามารถทำได้ทันทีโดยไร้ซึ่งการใช้เงินที่เป็นกระดาษ ดังนั้น ณ เวลานี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ออก เอกสาร “ทิศทางการพัฒนาระบบการชำระภายใต้ภูมิทัศน์ใหม่ภาคการเงินไทย” เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนา ซึ่งมีสาระสำคัญและรายละเอียดอย่างไรบ้าง เราตามไปดูกัน
แผนการพัฒนา
สำหรับในอนาคตนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการวางแผนการเปลี่ยนรูปแบบการชำระเงิน โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนสำคัญ คือ
ส่วนที่ 1 บริการด้านการค้าและการชำระเงิน (Trade and Payment)
ในส่วนนี้จะเป็นการดำเนินการเชื่อมโยงการค้าตั้งแต่การเรียกเก็บเงิน การออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และการชำระเงินที่มีข้อมูลการค้า หรือมีการเชื่อมโยงกับการออกใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยในช่วงแรกนั้น จะเป็นการมุ่งเน้นพัฒนาการให้บริการหลัก ซึ่งได้แก่
- บริการส่ง/ รับใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงกับผู้ให้บริการนำส่งข้อมูล
- บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านใบกำกับภาษี พร้อมการรับชำระเงินผ่านระบบ Bulk Payment ซึ่งทั้งนั้นคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในเดือนเมษายน 2566
ทั้งนี้การกำหนดการทั้งหมดนั้นจะเริ่มต้นที่หน่วยงานหรือองค์ขนาดใหญ่ และเริ่มขยายการให้บริการไปสู่ผู้ใช้บริการที่เป็นบุคคลธรรมดา ซึ่งจะสามารถขยายการรับชำระเงินได้ทั้งระบบ
ส่วนที่ 2 บริการด้านสินเชื่อ
เมื่อทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปสู่กี่ให้บริการบนแพตฟอร์มและเป็นการให้บริการออนไลน์ สินเชื่อทั้งหมดก็เช่นเดียวกัน ทั้งนี้การพัฒนานี้จะเป็นการให้บริการสินเชื่อแก่ธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs โดยใช้ข้อมูลการซื้อขายสินค้าและชำระเงินจากส่วนที่ 1 โดยในระยะแรกจะเป็นการพัฒนารูปแบบการให้บริการที่เน้นการตรวจสอบใบแจ้งหนี้ และตรวจสอบการให้สินเชื่อซ้ำซ้อน ซึ่งในช่วงแรกนั้นจะดำเนินการส่งข้อมูลเข้าระบบและจะขยายการให้บริการไปสู่ระบบ PromptBiz ต่อไป
ระบบการชำระเงินในอนาคต
จากหลักการสำคัญที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการนั้น ในอนาคตอันใกล้ทุกท่านจะได้พบกับรูปแบบการจ่ายเงินเพื่อชำระสินค้าและบริการที่สะดวก รวดเร็ว มากยิ่งขึ้นทั้งนี้ทั้งหมดนั้นจะเปนการให้บริการผ่านผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยสถาบันการเงินที่จะค่อย ๆ นำเสนอออกมาให้ทุกท่านได้ทราบกัน ซึ่งสามารถนำเสนอได้ดังนี้
- E – Money บัตรเติมเงิน
- การให้บริการพร้อมเพย์
- การชำระเงินแบบ QR Code
- การโอนเงินรายย่อย
- บริการด้านบัตรเครดิตออนไลน์
- บริการการหักเงิน/ โอนเงิน อัตโนมัติ
- การให้บริการธนาคารออนไลน์
- สินเชื่อออนไลน์
ซึ่งทั้งหมดนั้น จะเป็นการดำเนินการที่มีความเปลี่ยนไปสู่การให้บริการออนไลน์ ซึ่งจะสามารถลดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ แต่ยังส่งผลดีเพิ่มเติมให้กับทุกท่านที่เป็นผู้รับบริการ ซึ่งจะได้รับการให้บริการที่รวดเร็ว ลดขั้นตอน ลดเอกสาร และที่สำคัญคือ ทุกท่านจะสามารถดำเนินการทั้ง ธุรกรรมทางการเงิน เบิก/ ถอน/ โอน หรือสมัครสินเชื่อได้จากทุกพื้นที่ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่ธนาคารอีกต่อไป